Menu

ดูแลบ้านให้ “ไม่มีเชื้อโรค” เพื่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว

0 Comment

ดูแลบ้านให้ “ไม่มีเชื้อโรค” เพื่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัว
ถึงแม้ว่าพวกเราจะปัดกวาดเช็ดบ้านเกือบจะทุกวี่ทุกวันอยู่แล้ว แม้กระนั้นความจริงนั้น เชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้ออะไรอื่นๆที่ทำให้พวกเราและก็สมาชิกในบ้านป่วยได้นั้น


มิได้มีอยู่เพียงแค่ตามฝาผนังหรือตามพื้น แต่ว่ายังอยู่ตามจุดซ่อนเร้นอำพรางต่างๆมากมายก่ายกอง ทั้งยังตัวเราเองก็ยังบางทีอาจเป็นพาหะนำเอาเชื้อต่างๆเข้ามาในบ้านเองทุกเมื่อเชื่อวัน จากที่ทำงาน จากสถานที่เรียน หรือจากมลภาวะอื่นๆ สำหรับใครกันแน่ที่มีความคิดว่าบ้านยังไม่สะอาดพอเพียง มีผู้บาดเจ็บป่วยเป็นโรคภูมิแพ้อยู่ มาลงมือกระทำความสะอาดบ้านให้ “ไม่มีเชื้อ” แบบตั้งใจจริงกันมองสักหนึ่งครั้งดีไหม บางเวลาเชื้อโรคและก็ฝุ่นผงต่างๆบางทีอาจจับกุมกันอยู่ในรอบๆที่คุณไม่คาดฝันก็ได้ ลองเริ่มกันไปครั้งละห้องเลยจ้ะ

ห้องนอน เป็นห้องที่พวกเราใช้เวลาอย่างต่ำถึงหนึ่งในสามของวัน ส่วนมากแล้วห้องนอนเป็นห้องที่พวกเราจะสตาร์ทเครื่องปรับอากาศ ซึ่งนี่ล่ะจ้ะที่เป็นศูนย์รวมเชื้อโรคและก็ฝุ่นละอองต่างๆที่อาจจะเป็นผลให้คุณไม่สบายได้ ควรจะหมั่นชำระล้างอยู่เสมอๆ ปัจจุบันนี้แอร์ถูกดีไซน์มาให้ถอดแผ่นกรองออกมาล้างชำระล้างได้เอง ควรต้องทำเสมอๆสักเดือนละ 1-2 ครั้ง ส่วนการล้างใหญ่รายปีก็ควรจะตามช่างมาซ่อมสักปีละ 1-2 ครั้ง ก็กำลังพอดีแล้วเพียงแค่จ้ะ เท่านี้เครื่องปรับอากาศก็สะอาด แล้วยังเย็นมากยิ่งขึ้น ลดการใช้ไฟฟ้าเพิ่มได้อีกด้วย นอกนั้นในห้องนอนไม่สมควรปลูกต้นไม้ เนื่องจากต้นไม้จะคายก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาในยามค่ำคืน จะแปลงเป็นพิษสะสมภายในร่างกายได้ ส่วนของที่พักผ่อนนั้นก็ควรจะหมั่นซักผ้าปูที่นอน ปลอกที่เอาไว้ใส่หมอน ผ้าหุ่ม ตุ๊กตาต่างๆเป็นประจำ หากเป็นได้ก็ควรที่จะนำเอาที่พักผ่อนออกไปผึ่งแดด หรือดูดฝุ่นละออง กำจัดไรฝุ่นผงบ้างนะคะ

ส้วม นอกเหนือจากกลิ่นเหม็นอับในสุขาที่จำต้องกลุ้มใจแล้ว กลิ่นของน้ำยาที่พวกเราใช้เวลาล้างส้วมก็เป็นสารที่อันตรายต่อร่างกายมากมายด้วยเหมือนกัน สิ่งที่ควรจะทำก็คือ ควรจะแปลงน้ำยาที่ใช้เพื่อการทำความสะอาดต่างๆให้เป็นสูตรธรรมชาติแทน ถึงแม้การชำระล้างบางครั้งก็อาจจะไม่เร็วทันใจเท่าสารเคมีแต่ว่าก็ดีแล้วกว่าสุขภาพมากมาย ห้องสุขาจะต้องมีหน้าต่างหรือช่องลมให้อากาศระบายได้ดี และก็จะยิ่งดียิ่งขึ้นไปอีกถ้าได้ชื่อเสียงต่างมีขนาดที่ใหญ่เพียงพอแล้วก็อยู่ในด้านที่จะเปิดให้แสงสว่างได้ส่องพื้นของห้องน้ำโดยตรงบ้างในครั้งคราว เพราะเหตุว่าแดดจัดเป็นยาสำหรับใช้ในการฆ่าเชื้อตามธรรมชาติ ควรจะดูแลให้สุขาแห้งเข้าไว้ หมั่นขัดทั้งยังพื้นฝาผนังแล้วก็เครื่องสุขภัณฑ์เป็นประจำทิ้งขยะในถังทุกๆวัน ปลูกพวกไม้น้ำ ดังเช่นว่า พลูด่าง ที่ช่วยดูดสารพิเษได้ เท่านี้ห้องอาบน้ำก็สะอาด ปลอดเชื้อโรคน่าใช้งานแล้ว

ครัว หรือส่วนประกอบอาหาร ควรจะวางแบบให้ห้องครัวมีหน้าต่างไว้ระบายความร้อน ระบายควันจากการทำอาหาร แล้วก็ที่สำคัญเป็นเอาไว้ระบายมลพิษทางแก๊สเหลวยิ่งถ้าเกิดใช้เตาถ่าน ยิ่งควรจะมีทางระบายอากาศขนาดใหญ่ ฝุ่นผงควันจะได้ไม่ตลบบ้าน ขณะที่กำลังทำของกินควรจะเปิดหน้าต่างระบายอากาศไว้ตลอดระยะเวลา หรือถ้าเกิดบ้านของคุณระบายอากาศยาก หน้าต่างเล็กเกินความจำเป็น ไม่สบายจะขยายหน้าต่างเพิ่ม ทดลองจัดตั้งพัดลมสำหรับดูดอากาศก็เป็นอีกตัวช่วยที่ดี

ห้องรับแขกหรือหอพักผ่อนศูนย์กลาง จุดที่เป็นแหล่งซุกซ่อนเชื้อโรคก็คือตามเครื่องเรือนต่างๆประพรม ผ้าม่าน เครื่องใช้ไม้สอยชิ้นต่างๆนั่นเอง ควรจะปัดฝุ่นแล้วเช็ดถูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเสมอๆสิ่งของตกแต่งที่เป็นผ้าก็ควรจะหมั่นถอดออกมาซัก ดูดฝุ่นละอองโซฟา รวมทั้งควรจะถอดออกมาซักหรือเรียกช่างมาชำระล้างเบาะ ดูดไรฝุ่นละออง ซักประพรม ซักเบาะต่างๆสักปีละ 1-2 ครั้งกำลังพอดี แล้วก็อีกสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือ อย่าหมักหมมเสื้อผ้าไว้ยาวนานหลายวันจ้ะ เพราะเหตุว่าเสื้อผ้าใส่แล้วเหม็นเหงื่อทั้งหลายแหล่นี่เป็นแหล่งหมักหมมเชื้อโรคได้ง่ายสุดๆเลย

ต้องการอยู่บ้านสะอาดปลอดเชื้อ เพียงแค่เช็คเช็ดปกติบางทีอาจไม่เพียงพอ จะต้องเอาใจใส่ในเนื้อหาทุกส่วนของบ้านด้วยนะคะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *